ระดับฮอร์โมนเพศชาย ตรวจวัดได้อย่างไร ?



ฮอร์โมนเพศชาย

การตรวจวัดระดับฮอร์โมนเพศชาย ทำได้ด้วย การตรวจเลือด โดยแพทย์จะนำตัวอย่างเลือดไปตรวจปริมาณฮอร์โมน หากพบว่ามีฮอร์โมนเพศชายอยู่ในระดับที่ผิดปกติ ผู้ป่วยอาจต้องเข้ารับการตรวจด้วยวิธีอื่น ๆ เพิ่มเติม จากนั้นจะนำผลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป

ระดับฮอร์โมนเพศชายผิดปกติ รักษาอย่างไร ?

ภาวะฮอร์โมนเพศชายผิดปกติสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนทดแทนปริมาณฮอร์โมนที่ลดลงไป ซึ่งในปัจจุบันยาฮอร์โมนดังกล่าวก็มีให้เลือกใช้หลากหลายรูปแบบ เช่น ยาฉีด แผ่นแปะ ยาทา หรือเจล เป็นต้น โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าควรเลือกใช้ยาชนิดใดตามความเหมาะสมต่อผู้ป่วยแต่ละราย

ข้อดีของการรักษาด้วยการใช้ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน คือ ฮอร์โมนนี้จะช่วยเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดแดงของผู้ชาย และเร่งการเจริญเติบโตของอัณฑะ ส่วนข้อเสีย คือ อาจทำให้หน้าอกขยายใหญ่ขึ้น และไม่เหมาะกับผู้ป่วยชายที่เป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากหรือมะเร็งเต้านม การใช้ฮอร์โมนดังกล่าวจึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ส่วนระดับฮอร์โมนเพศชายที่ผิดปกติเนื่องจากโรคหรือความผิดปกติบางอย่าง แพทย์จะรักษาตามสาเหตุนั้น ๆ ต่อไป

การใช้ฮอร์โมนเพศชายในทางที่ผิดส่งผลอย่างไร ?

ในปัจจุบันมีการนำฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนชนิดสังเคราะห์มาใช้เป็นสารกระตุ้นในการแข่งกีฬาหรือเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตรายได้ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคตับ อวัยวะเพศผิดปกติ มีบุตรยาก มีอารมณ์ฉุนเฉียวและก้าวร้าวมากขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ผิวหนังจากการใช้เข็มฉีดยาอีกด้วย และจะยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้นหากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *