รั้วบ้าน ช่วยป้องกันอันตรายจากภายนอกและให้ความปลอดภัยกับผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน

หลักในการพิจารณา การสร้าง รั้วบ้าน รั้วบ้าน นอกจากจะช่วยป้องกันอันตรายจากภายนอกและให้ความปลอดภัยกับผู้อยู่อาศัยภายในบ้านแล้ว การสร้างรั้วบ้าน ยังช่วยเสริมให้บ้านของคุณดูดีอีกด้วย ซึ่งรั้วบ้านแต่ละหลังก็จะมีแบบรั้วบ้านแตกต่างกันไปตามรสนิยม และงบประมาณของเจ้าของบ้าน   โดยก่อนที่จะตัดสินใจเลือกการออกแบบรั้วบ้านนั้น ต้องมรการวางแผน ตัดสินจว่าจะสร้างแบบไหนให้ใช้งาน และเข้ากับบ้านได้ดีที่สุด

ลักษณะบ้าน

การจะสร้างรั้วล้อมบ้าน เราต้องดูลักษณะบ้านของเราก่อนว่าเป็นบ้านสไตล์แบบไหน มีลักษณะภูมิประเทศเป็นอย่างไร เพื่อการออกแบบรั้วบ้านให้เข้ากับลักษณะบ้านอย่างลงตัว เช่น การออกแบบลวดลายรั้วบ้าน การใช้สี จะล้อมรั้วบ้านอย่างไร ให้คงทนถาวร

พื้นที่รอบบ้านและระยะห่างจากตัวบ้าน

ไม่ว่าจะเป็นบ้านขนาดใหญ่ ขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก ถ้าระยะห่างจากตัวบ้านไปถึงรั้วบ้านไม่เกิน 6 ฟุต ควรออกแบบรั้วบ้านให้ดูเรียบง่าย เบาบางไม่หนา ดูเป็นสัดส่วนกับตัวบ้าน ไม่ควรใช้ลวดลายที่ซับซ้อนหรือมีสีสันมากจนเกินไป

สำหรับบ้านหลังใหญ่จะเหมาะกับรั้วสูงขนาดใหญ่ ส่วนบ้านหลังเล็ก ไม่ควรใช้รั้วสูง โดยขนาดและความสูงปกติแล้วจะอยู่ระหว่าง 1.2 ถึง 2 เมตร ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของสิ่งแวดล้อมรอบข้าง

สี และรูปแบบ

สำหรับสีและรูปแบบรั้วบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก วิธีการออกแบบรั้วบ้านจะคล้ายๆกัน แต่บ้านขนาดใหญ่จะมีตัวเลือกมากกว่า และสามารถใช้วัสดุได้หลากหลายว่า เช่น แบบรั้วลูกกรง แบบรั้วเหล็กดัดทั้งแนวตั้งและแนวนอน แบบทึบ แบบโปร่ง แบบไล่ระดับสูงต่ำตามลักษณะภูมิประเทศ เป็นต้น สำหรับสีของรั้วบ้านนั้น สีดำ:จะช่วยให้บ้านดูมีพลัง สีขาวหรือครีม:จะช่วยให้บ้านดูสว่าง  ส่วนสีน้ำตาลหรือสีไม้ธรรมชาติ:จะช่วยให้บ้านดูรมรื่น  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้อยู่อาศัยด้วย

รั้วบ้าน ด้วยวัสดุแบบไหนให้เหมาะกับบ้าน

รั้วบ้าน ด้วยวัสดุแบบไหนให้เหมาะกับบ้าน

เลือกวัสดุและส่วนประกอบ

เหล็กเป็นวัสดุที่นิยมใช้ทำรั้วบ้านมากที่สุด เนื่องจากราคาค่อนข้างถูกกว่าและง่ายต่อการดูแลรักษา  แต่หากมีงบประมาณเพิ่มเติม รั้วบ้านแบบผสมระหว่างไม้กับเหล็ก หรือ รั้วบ้านแบบผสมระหว่างเหล็กกับอิฐหรือคอนกรีต ก็จะทำให้รั้วบ้านดูแน่นหนา คงทนมากขึ้น จะเหมาะสำหรับทั้งบ้านขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก สามารถใช้หินแกรนิต หินอ่อน มาประดับเป็นส่วนหนึ่งของรั้วบ้านได้อีกด้วย

ข้อคำนึงการสร้างรั้วบ้าน

ความปลอดภัย

ส่วนที่สำคัญที่สุดที่ต้อคำนึง เพราะรั้วกำแพงบ้าน โดยเฉพาะที่เป็นอิฐบล็อคที่สร้างสามารถปีนเข้ามาได้ง่าย บางบ้านควรสร้างให้มีความสูงมากพอที่จะทำให้คนปืนเข้ามาไม่ได้ อาจเสริมด้วยเหล็กดัดด้านบนเพื่อป้องกันขโมยปีนเข้ามา

คำนึงถึงจุดประสงค์สำคัญ

จุดประสงค์ในการสร้างรั้ว เป็นสิ่งแรกที่คุณควรต้องคำนึงถึง จะได้เลือกสร้างแบบรั้วบ้านได้เหมาะสมกับการใช้งา นและความตั้งใจ เช่น  สร้างรั้วเพื่อกั้นอาณาเขตความเป็นส่วนตัว ก็เหมาะจะสร้างรั้วคอนกรีตสูง ๆ เพื่อให้ช่วยบังสายตาจากคนภายนอก และเพื่อป้องกันอันตรายจากขโมย แต่ถ้าเพียงแค่ต้องการสร้างรั้ว เพื่อกั้นอาณาเขตให้น้องหมา จะได้ไม่วิ่งเล่นไปข้างนอกให้ได้รับอันตราย หรือแค่อยากสร้างรั้วบ้านให้ดูสวยงามเพียงเท่านั้น ไม่ได้กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวมากเท่าไร ก็จะได้เลือกแบบรั้วไม้ระแนง รั้วโปร่ง ๆ ก็ทำให้บ้านดูโล่งไปอีกแบบ

รั้วผสมเพื่อความประหยัด

หากตัดสินใจไม่ถูก หรืองบสร้างรั้วมีจำกัด แนะนำให้สร้างรั้วแบบผสมไปเลย เช่น สร้างรั้วปูน รั้วไม้ หรือรั้วเหล็กเฉพาะแค่บริเวณหน้าบ้าน แล้วด้านข้างถึงด้านหลังก็ก่ออิฐ ปลูกต้นไม้เป็นรั้ว หรือทำเป็นรั้วไม้ไผ่ก็ได้ แต่ยังไงก็ควรเลือกวัสดุให้เข้ากันนิดนึงด้วย รั้วจะได้ดูสวยงาม เพียงเท่านี้ก็สามารถประหยัดงบในการสร้างรั้วบางส่วน แถมยังมีรั้วบ้านหลากหลายสไตล์อีกด้วย

ดีไซน์

รั้วบ้านแบบอิฐบล็อคทึบ  หรือรั้วบ้านแบบครึ่งอิฐและสแตนเลสควรเลือกให้เหมาะกับสภาพทางสังคมในบ้านของเรา หากมีวัยรุ่นเยอะหรือมีคนพลุกพล่านที่ไม่รู้จักควรเลือกแบบรั้วบ้านทึบ  แต่หากบ้านของเราตั้งอยู่ที่ในที่มีแต่คนรู้จัก เช่น บ้านจัดสรร ก็นิยมสร้างรั่วบ้านแบบที่มีช่องว่างให้สามารถมองหากันได้

ฝีมือช่าง

ในการก่อสร้างรั้วบ้าน ควรเลือกช่างที่มีฝีมือและประสบการณ์พอสมควร  เพราะโดยทั่วไปรั้วบ้านที่เพิ่งสร้างแล้วว่างฐานรากไม่ลึกพอหรือไม่มั่นคง ก็จะเกิดการล่มของรั้วบ้าน ซึ่งทำให้ล้มไปทั้งแถบเลย

เลือกวัสดุที่คุ้มค่า
ถึงแม้รั้วไม้จะเป็นรั้วบ้านที่เหมาะกับที่พักอาศัย เพราะดูเป็นธรรมชาติที่สุด และดูสวยงาม แต่วัสดุอย่างไม้ก็ไม่มีความหนาแน่นแข็งแรงพอ อีกทั้งยังมีโอกาสผุพัง และหักงอเสียรูปได้มากกว่าวัสดุทำรั้วบ้านประเภทอื่น ดังนั้นหากจุดประสงค์ในการทำรั้วบ้านของคุณคือต้องการความแข็งแรงทนทานด้วย ก็ควรเลือกวัสดุที่เป็นปูนผสมเหล็กจะดีกว่า แต่ถ้าต้องการอยากได้รั้วไม้จริง ๆ แนะนำให้เลือกใช้รั้วไวนิลแทน เพราะมีลักษณะใกล้เคียงกับไม้ที่สุด และมีความแข็งแรงกว่า หรือจะใช้วัสดุประเภทอื่นที่เหมาะกับการสร้างรั้ว เช่น  ไม้ไผ่ เหล็ก อะลูมิเนียม ก็ได้เช่นกัน
ระวังข้อกฏหมายด้วย

เรื่องรั้วเคยเป็นกรณีพิพาทใหญ่โตระหว่างเพื่อนบ้าน และข้อกฎหมายกันมานักต่อนัก ดังนั้นก่อนที่คุณจะตัดสินใจสร้างรั้วบ้าน ควรต้องศึกษาและทำความเข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างรั้วด้วย เช่น หากว่าบ้านคุณมีอาณาเขตติดกันกับเพื่อนบ้าน เลยต้องใช้รั้วบ้านด้านข้างร่วมกัน แต่รั้วที่เพื่อนบ้านสร้างไว้ ไม่ค่อยตรงกับความต้องการของคุณเท่าไร ก็ควรต้องมีการพูดคุยต่อรอง จะได้ไม่เกิดเหตุพิพาทกันในภายหลัง นอกจากนี้ยังมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน บ้าน และรั้วที่ต้องควรคำนึงอีกยิบย่อยมากมาย ดังนั้นหากไม่อยากต้องมาทุบรั้วบ้านสวย ๆ ทิ้งเพราะขัดกับกฎหมาย ก็ควรต้องศึกษารายละเอียดเหล่านี้ให้รอบคอบ

รั้วตั้นไม้ต้องระวัง

รั้วบ้านเป็นสัญลักษณ์แสดงขอบเขตพื้นที่ของแต่ละบุคคล สำหรับคนที่ตัดสินใจปลูกต้นไม้เป็นรั้วบ้าน และมีพื้นที่ติดกันกับบ้านหลังข้าง ๆ ก็อย่าลืมดูแลตัดแต่งกิ่งต้นไม้อยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ต้นไม้แตกกิ่งก้านสาขาไปยังอีกฝั่งที่ไม่ใช่พื้นที่บ้านเรา ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดเป็นข้อพิพาทวุ่นวายขึ้นได้ในภายหลัง แต่ถ้ามีเพื่อนบ้านน่ารักที่เอื้อเฟื้อกันดี ก็ถือเป็นความโชคดีสุด ๆ ซึ่งหากเกิดกรณีที่เช่นนี้ อาจจะไม่เกิดการทะเลาะแบาะแว้ง หรือเป็นเรื่องที่ต้องว่ากันด้วยกฎหมาย แต่ถึงอย่างไร ก็ต้องใช้กฎเกณฑ์ของความเกรงใจมาใช้ร่วมกันด้วย

ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

รั้วบ้านบางประเภทก็สร้างได้ไม่ยาก และเราก็สามารถทำได้เอง เช่น รั้วต้นไม้ แต่รั้วสวยงามที่มีความแน่นหนา แข็งแกร่ง อาจจะเหนือบ่ากว่าแรงเราไปหน่อย ฉะนั้นคงดีกว่าถ้าจะมอบหน้าที่สร้างรั้วให้กับผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญและมีพื้นฐานประสบการณ์ด้านนี้โดยตรง เพื่อให้ได้รั้วบ้านที่สวยงาม แข็งแรง และทนทาน อีกทั้งเขาอาจจะแนะนำข้อมูลในการสร้างรั้วดี ๆ ที่เราไม่เคยนึกถึงให้ด้วย

งบประมาณ

หากต้องการสร้างรั้วบ้านควรคำนึงถึงงบประมาณด้วยอย่างน้อยให้ล้อมบ้านทั้งหลังให้ได้ก่อน ส่วนเรื่องความสวยงามหากมีเงินค่อยทำเพิ่มเติมก็ได้

ใส่ใจสภาพอากาศ

สภาพอากาศที่ร้อนจัด แดดแรง และฤดูฝนอย่างบ้านเรา แน่นอนว่าต้องกัดกร่อนรั้วบ้าน ไม่ว่าจะเป็นรั้วไวนิล รั้วไม้ รั้วปูน หรือรั้วเหล็ก ให้ได้รับความเสียหายไปตามกาลเวลา ดังนั้นก็ควรหาวิธีป้องกัน หรือเครื่องมือที่จะช่วยยืดระยะเวลาให้รั้วมีความสวยงามได้นานขึ้น ด้วยการเลือกใช้สีทารั้วที่มีสารกันแดด กันฝน มีคุณสมบัติเกาะแน่น ออกแบบภายใน ไม่หลุดลอกง่าย หรือสำหรับบ้านที่เลือกปลูกต้นไม้ ก็ควรต้องหมั่นดูแล ตัดแต่งกิ่งให้สวยงามอยู่เสมอ

ตกแต่งให้สวยงาม

เมื่อสร้างรั้วบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาตกแต่งรั้วให้สวยงามตามสไตล์บ้านในแบบที่คุณชอบแล้ว โดยคุณสามารถใช้สีเพ้นท์รั้ว หรือจะทาสีรั้วเฉย ๆ ก็ได้ แต่ถ้าการทาสีรั้วไม่เหมาะกับสไตล์ของบ้าน จะเลือกต้นไม้ เถาวัลย์ หรือเลือกปลูกต้นไม้ริมรั้วเป็นการตกแต่งก็ดี หรือจะตกแต่งสไตล์อื่นก็ได้ไม่ว่ากัน แต่งให้เข้ากับสไตล์บ้านเท่านั้น

กฎหมายควบคุมอาคารกับรั้วบ้านของคุณ

สำหรับเมืองไทยแล้ว บ้านเดี่ยวเกือบทุกหลังจะมีการสร้างรั้วรอบที่ดิน ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัย และแสดงขอบเขตกรรมสิทธิ์ในที่ดิน บ้างทำเป็นรั้วโปร่ง บ้างทำเป็นรั้วทึบ หรือกำแพงกั้นระหว่างที่ดินของตนเองกับที่สาธารณะ (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นถนนสาธารณะ) หรือทำรั้วกั้นระหว่างที่ของตนเองกับเพื่อนบ้าน โดยรั้วด้านติดกับถนนสาธารณะก็จะมีประตูสำหรับรถหรืออาจมีประตูขนาดเล็กสำหรับคนเพื่อผ่านเข้าออก บทความตอนนี้ต้องการบอกว่ากฎหมายควบคุมอาคารมีข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องรั้ว ที่ท่านเจ้าของบ้านควรทราบไว้

1. ทำรั้วบ้าน ต้องยื่นขออนุญาตก่อสร้างหรือไม่ ?
หลายท่านอาจคิดว่า “รั้วบ้าน” ไม่น่าจะต้องขออนุญาตก่อสร้าง เพราะ “รั้ว” ไม่ใช่ “อาคาร” คนเข้าไปอยู่ไม่ได้ อย่างไรก็ตามกฎหมายควบคุมอาคารให้ความหมายของ “อาคาร” มากไปกว่าเพียงสิ่งก่อสร้างที่คนเข้าไปอยู่หรือใช้สอยได้เท่านั้น ดังนั้น จึงต้องดูว่า “รั้ว” ที่จะสร้างนั้นเข้าข่ายเป็น “อาคาร” ตามกฎหมายควบคุมอาคารหรือไม่ หากเข้าข่ายเป็น “อาคาร” ก็จะต้องมีการยื่นขออนุญาตก่อสร้าง และสร้างให้เป็นตามข้อกำหนดอื่นๆ ที่กฎหมายกำหนดไว้
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร กำหนดให้ “อาคาร” หมายถึง “…ตึก บ้าน เรือน โรง ร้าน แพ คลังสินค้า สำนักงาน และสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่น ซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ และหมายความรวมถึง รั้ว กำแพง หรือประตู ที่สร้างขึ้นติดต่อหรือใกล้เคียงกับที่สาธารณะ หรือสิ่งที่สร้างขึ้นให้บุคคลทั่วไปใช้สอย หรือสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นตามที่กฎกระทรวงกำหนด…” โดย กฎกระทรวงกำหนดสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นเป็นอาคาร ตามกฎหมายว่าด้วยควบคุมอาคาร พ.ศ. 2544 กำหนดให้สิ่งก่อสร้างใดก็ตามที่มีความสูงตั้งแต่ 10 เมตร เข้าข่ายเป็น “อาคาร” ด้วย
เมื่อดูจากเนื้อความ (โดยเฉพาะที่เป็นตัวหนังสือสีแดง) ก็จะเห็นว่าหากรั้วบ้านนั้นสร้างติดต่อหรือใกล้กับที่สาธารณะ ก็จะถือเป็น “อาคาร” หรือหากไม่ได้สร้างติดต่อหรือใกล้กับที่สาธารณะแต่รั้วนั้นมีความสูงถึง 10 เมตร ก็จะถือเป็น “อาคาร” ตามกฎหมายควบคุมอาคารเช่นกัน (สำหรับคำว่า “ใกล้เคียง” ตามที่กฎหมายเขียนไว้ เบื้องต้นในทางปฏิบัติ หมายถึงแนวรั้วที่กั้นระหว่างที่ดินเอกชนกับที่สาธารณะ) ดังนั้น

รั้วกั้นจึงถือเป็นส่วนที่ระหว่างเขตที่ดินเอกชนกับที่สาธารณะ จะต้องขออนุญาตก่อสร้าง เพราะถือเป็น “อาคาร” ตามกฎหมาย

รั้วกั้นระหว่างที่ดินเอกชนที่ติดกันและรั้วนั้นมีความสูงไม่ถึง 10 เมตร ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตก่อสร้าง เพราะไม่ถือเป็น “อาคาร” แต่หากรั้วนั้นมีความสูงถึง 10 เมตร ก็จะต้องยื่นขออนุญาตก่อสร้างเพราะเข้าข่ายเป็น “อาคาร”

2. แนวรั้วและความสูงของรั้วด้านติดถนนสาธารณะ
โดยทั่วไปกฎหมายอาคารจะกำหนดให้ แนวของอาคารด้านที่ติดหรือใกล้กับทางสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นถนนสาธารณะหรือแหล่งน้ำสาธารณะ ต้องมีระยะถอยร่นไม่สามารถสร้างให้ชิดแนวเขตทางสาธารณะได้ หลายท่านอาจสงสัยต่อว่า กรณีที่รั้วบ้านเข้าข่ายเป็น “อาคาร” ทำไมจึงสามารถก่อสร้างตรงชิดแนวเขตที่ดินและติดกับเขตถนนสาธารณะได้โดยไม่ต้องถอยร่น…ขอให้ทราบว่า รั้วบ้านที่สร้างระหว่างที่ดินเอกชนกับถนนสาธารณะ กฎหมายควบคุมอาคารผ่อนผันให้ รั้วหรือกำแพงที่สร้างขึ้นติดต่อหรือห่างจากถนนสาธารณะน้อยกว่าความสูงของรั้ว ให้ก่อสร้างได้สูงไม่เกิน 3 เมตร เหนือระดับทางเท้าหรือถนนสาธารณะ หากความสูงไม่เป็นไปตามที่ผ่อนผันไว้ รั้วนั้นก็จะต้องมีระยะถอยร่น (จากถนนสาธารณะ) สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร หากถนนสาธารณะกว้างน้อยกว่า 6 เมตร ความสูงรั้วด้านที่ยอมให้สร้างชิดเขตถนนสาธารณะจะถูกจำกัดให้สูงได้ไม่เกิน 2 เมตรเท่านั้น