ศัลยกรรมหูกาง ขั้นตอนและความเสี่ยงเพื่อความมั่นใจ



หูกาง เป็นปัญหากวนใจใครหลายคน แม้จะไม่ส่งผลต่อสุขภาพ แต่ก็มักโดนล้อเลียนหรือโดนทักจากคนรอบข้างจนขาดความมั่นใจในตนเองอยู่ไม่น้อย การศัลยกรรมหูกางจึงอาจเป็นอีกทางเลือกของผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาหูกางและใบหูใหญ่

การศัลยกรรมใบหู (Otoplasty) เป็นการผ่าตัดเพื่อปรับเปลี่ยนขนาด รูปร่าง และตำแหน่งของหู ซึ่งสามารถใช้แก้ไขลักษณะหูของผู้ที่มีหูกางได้ โดยในบทความนี้จะพูดถึงการเตรียมตัว ขั้นตอนและความเสี่ยงจากการศัลยกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาหูกาง

ศัลยกรรมหูกาง

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการศัลยกรรมหูกาง

เมื่อตัดสินใจ เข้ารับการศัลยกรรม แล้ว แพทย์อาจแนะนำให้เตรียมตัวตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • เข้ารับการประเมินสุขภาพเพื่อดูประวัติการเจ็บป่วย โรคประจำตัว ยาและอาหารเสริมที่กำลังใช้ หากกำลังใช้ยาหรืออาหารเสริม แพทย์อาจแนะนำให้หยุดหรือเปลี่ยนแปลงปริมาณเพื่อลดผลข้างเคียงจากการผ่าตัด
  • เข้ารับการตรวจร่างกาย โดยแพทย์จะตรวจสอบลักษณะของหูเพื่อประเมินวิธีการผ่าตัด รวมทั้งพูดคุยถึงขนาดหรือรูปทรงของใบหูที่ต้องการ ความคาดหวังหลังการผ่าตัด ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำและแจ้งข้อมูลที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรทราบ
  • ควรงดการใช้ยาแก้อักเสบชนิดไม่มีสเตียรอยด์ในช่วง 4–7 วันก่อนการผ่าตัด และงดการใช้ยาแอสไพรินหรือยาอื่นที่มีส่วนผสมของแอสไพริน 10 วันก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • ก่อนผ่าตัด 6 ชั่วโมง ควรงดอาหารและน้ำดื่มตามคำแนะนำของแพทย์
  • ในวันที่เข้ารับการผ่าตัด ควรพาเพื่อนหรือครอบครัวไปด้วย เนื่องจากฤทธิ์ของยาสลบที่ใช้ในการผ่าตัดอาจส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้เกิดปัญหาด้านการรับรู้และการทรงตัว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

ขั้นตอนการศัลยกรรมหูกาง

ขั้นตอนก่อนเริ่มการผ่าตัด วิสัญญีแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่เพื่อระงับความเจ็บปวด ในกรณีที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดมีความเสี่ยงบางอย่างอาจใช้วิธีดมยาสลบแทน ในขั้นตอนการผ่าตัดปรับรูปทรงของหู ศัลยแพทย์จะเริ่มกรีดบริเวณด้านหลังของใบหูหรือบริเวณรอยพับหูเพื่อนำเนื้อและผิวหนังส่วนที่เกินออก จากนั้นจะปรับแต่ง พับ หรือฝนกระดูกอ่อนบริเวณหูตามลักษณะที่ต้องการ

หลังจากนั้นศัลยแพทย์จะปรับตำแหน่งหรือทำขั้นตอนอื่น ๆ เพื่อให้ได้รูปทรงที่ใกล้เคียงกับที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดต้องการมากที่สุด หากปรับรูปทรงเรียบร้อยแล้ว ศัลยแพทย์จะเย็บปิดแผลและพันแผลเพื่อรักษารูปทรงของหู ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดนี้อาจใช้เวลาราว 2‒3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและรายละเอียดในการผ่าตัด

การดูแลตนเองหลังจากศัลยกรรมหูกาง

หลังการผ่าตัดอาจเกิดผลข้างเคียง อย่างอาการปวดบวม รอยแดง หรืออาการชาบริเวณแผลผ่าตัดได้ ซึ่งแพทย์จะแนะนำให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดดูแลตนเองดังนี้

1. หลังการผ่าตัดควรรัดแผลด้วยผ้าพันแผลระหว่างนอนติดต่อกัน 2‒6 สัปดาห์ โดยให้งดการสระผมในช่วงแรกที่ยังมีการพันแผลอยู่เพื่อป้องกันแผลโดนน้ำ

2. ไหมที่ใช้ในการเย็บแผลมีทั้งไหมละลายที่สามารถละลายได้เอง และไหมที่ต้องให้แพทย์เป็นผู้นำออกให้ จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับไหมหรือแผลที่ผ่าตัดให้ได้มากที่สุด

3. ระมัดระวังไม่ไปสัมผัสหรือกระแทกโดนบริเวณแผลผ่าตัด เช่น หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงเพื่อป้องกันแผลจากการโดนกดทับ เลือกสวมเสื้อเชิ้ตหรือเสื้อมีกระดุมแทนการสวมเสื้อยืดเพราะอาจทำให้แผลโดนเสียดสีได้ เป็นต้น

4. แผลเย็บมักทำให้เกิดอาการคัน ควรหลีกเลี่ยงการเกาหรือถูบริเวณแผล

5. หากมีอาการปวด สามารถบรรเทาอาการด้วยการรับประทานยาแก้ปวด อย่างยาพาราเซตามอลหรือยาไอบูโพรเฟน

6. รักษาความสะอาดของแผล ร่างกาย และเปลี่ยนผ้าพันแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

หลังจากการผ่าตัดราว 1‒2 สัปดาห์ ผู้เข้ารับการผ่าตัดส่วนใหญ่สามารถกลับไปเรียนหรือทำกิจกรรมทั่วไปได้ตามปกติ และอาจเริ่มทำกิจกรรมที่ได้รับแรงกระแทกได้หลังผ่านไป 12 สัปดาห์ อย่างการเล่นกีฬาที่ต้องมีการปะทะ โดยในระหว่างนั้นควรงดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกระแทกบริเวณแผลผ่าตัด ทั้งนี้ ผู้เข้ารับการผ่าตัดสามารถปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับกิจกรรมหรือกีฬาที่สามารถทำได้

ความเสี่ยงและข้อจำกัดในการศัลยกรรมหูกาง

การผ่าตัดเพื่อตกแต่งใบหูมีความเสี่ยงและข้อจำกัดที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรทราบดังนี้

1. ลักษณะของใบหูอาจดูไม่เป็นธรรมชาติ ไม่ตรงกับที่ตั้งไว้ก่อนผ่าตัด หรือหูไม่เท่ากันได้ ผู้เข้ารับการผ่าตัดจึงควรปรึกษาแพทย์ถึงวิธีการผ่าตัดแก้ไขเพิ่มเติม

2. เพื่อให้ใบหูทั้งสองข้างดูสมดุลและใกล้เคียงกันมากที่สุด แพทย์อาจจำเป็นต้องผ่าตัดหูทั้งสองข้าง แม้ว่าจะมีหูข้างเดียวที่กาง

3. หลังการผ่าตัดมีโอกาสเกิดแผลเป็น คีลอยด์ และรอยตะเข็บ แต่รอยแผลเหล่านี้จะอยู่บริเวณรอบพับหูที่เป็นตำแหน่งการผ่าตัด ทำให้สังเกตเห็นได้ยาก

4. การติดเชื้อบริเวณกระดูกอ่อนใบหูหรือแผลผ่าตัดสามารถเกิดขึ้นได้ หากพบสัญญาณของการติดเชื้อ อย่างการปวดบวมแดงบริเวณหู เป็นหนอง หรือมีไข้ ควรไปพบแพทย์ทันที

5. หลังการผ่าตัดอาจมีเลือดออกมากผิดปกติหรือมีก้อนเลือดบริเวณแผลผ่าตัด (Hematoma Formation)

6. ผลข้างเคียงจากยาสลบ เช่น อาการคลื่นไส้อาเจียน หรือเวียนศีรษะ เป็นต้น

7. ผู้เข้ารับการผ่าตัดอาจมีความรู้สึกบริเวณหูเปลี่ยนไป เกิดอาการชาหรือรับความรู้สึกได้น้อยลง เนื่องจากบริเวณหูมีเส้นประสาทจำนวนมาก ส่วนใหญ่แล้วผลข้างเคียงมักเกิดเพียงชั่วคราว ยกเว้นบางรายอาจมีอาการถาวรได้

นอกจากนี้ การศัลยกรรมหูกางอาจมีค่าใช้จ่ายสูงและอาจมีความเสี่ยงอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ที่ต้องการเข้ารับการศัลยกรรม ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด

การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมผ่าตัด แก้ไขปัญหาหูกาง

  1. แจ้งข้อมูลหากมีโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา หรือหากมีอาการเจ็บป่วยก่อนวันผ่าตัด กรุณาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อนวันผ่าตัดอย่างน้อย 1 – 3 วัน
  2. ควรงดวิตามินและอาหารเสริมทุกชนิดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนการผ่าตัด
  3. งดสูบบุหรี่และงดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
  4. ควรงดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่าน้อง 7 – 14 วันก่อนผ่าตัด
  5. สามารถทานอาหารก่อนการผ่าตัดได้ปกติ เนื่องจากเป็นการฉีดยาชาเฉพาะที่ทำผ่าตัด
  6. งดใส่คอนแทคเลนส์, แต่งหน้า, ทาเล็บ, ทาโลชั่น, หรือใส่เครื่องประดับและของมีค่าในวันผ่าตัด
  7. วันผ่าตัดแนะนำให้เตรียมเสื้อผ้าที่ใส่สบาย สะดวกต่อการถอดและสวมใส่
  8. ควรมีผู้ติดตามหรือญาติมาด้วยในวันผ่าตัด

ขั้นตอนการศัลยกรรมผ่าตัด แก้ไขปัญหาหูกาง

  • ฉีดยาชาบริเวณที่ผ่าตัด
  • เปิด แผล ที่ หลัง หู ตกแต่งก ระดูก อ่อน ใบหู เย็บให้เข้ารูปและเย็บปิดแผล ทั้งหมดใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง
  • ใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 5-7 วัน แผลจึงจะนัดเปิดแผลดู เพื่อทำการตัดไหม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *